• /int
  • /eu
  • /uk
  • /au
  • http://www.axi.group/ar
  • http://www.axi.group/en-ae
  • http://www.axiedge.site/en-my
  • http://www.axi.investments/cn
  • http://www.axi.investments/chn
  • /es-mx
  • /fr-ma
  • http://www.axiedge.site/
  • /it-ch
  • /jp
  • /kr
  • /pl
  • /pt
  • /th
  • /tw
  • http://www.axi.investments/vn
  • /za
  • /ur
Loading...

Perps คืออะไร? คำอธิบายเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสัญญาแลกเปลี่ยนแบบไม่จำกัดระยะเวลา

Cryptocurrencies /
Alex Macris

สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีกำหนดอายุ (Perpetual Futures หรือ Perps) คืออะไร?

สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีกำหนดอายุ (Perpetual Futures) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Perps” คือหนึ่งในตราสารอนุพันธ์ที่ใช้สำหรับการเก็งกำไรในตลาดอนุพันธ์ สัญญา Perps เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินดิจิทัลได้ โดยไม่จำเป็นต้องถือครองเหรียญหรือโทเค็นนั้นจริง ๆ ตามชื่อของมัน สัญญา Perpetual Futures จะไม่มีวันหมดอายุหรือวันชำระราคาสุดท้าย เทรดเดอร์จึงสามารถเปิดสถานะทิ้งไว้ได้อย่างไม่มีกำหนด ตราบเท่าที่ยังคงมีมาร์จิ้นเพียงพอในระบบ

แตกต่างจากการซื้อขายสินทรัพย์แบบสปอต สัญญา Perps เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะได้ทั้งสองฝั่งของตลาด ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Long (คาดว่าราคาเพิ่มขึ้น) หรือฝั่ง Short (คาดว่าราคาลดลง) ดังนั้นเทรดเดอร์ Perps จึงสามารถหาจังหวะทำกำไรได้ทั้งในช่วงที่ราคาปรับตัวลงและปรับตัวขึ้นในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง

Perpetual Swaps คืออะไร?

Perpetual Swaps เป็นอีกชื่อหนึ่งที่นิยมใช้เรียกสัญญา Perpetual Futures คำว่า “Swap” สื่อถึงลักษณะการถือครองต่อเนื่องของตราสารประเภทนี้ ซึ่งเทรดเดอร์สามารถรักษาสถานะของตนไว้ได้อย่างไม่มีกำหนด โดยมีการ “แลกเปลี่ยน (Swap)” การชำระเงินกันเป็นระยะตามอัตราค่าถือครอง (Funding Rate) โดยที่ไม่จำเป็นต้องปิดสถานะหรือทำการต่ออายุสัญญาเนื่องจากไม่มีวันหมดอายุ

ฟิวเจอร์ส vs ฟิวเจอร์ส CFD vs Perpetual Swaps

สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures), ฟิวเจอร์ส CFD และ Perpetual Swaps ต่างก็เป็นตราสารอนุพันธ์ที่เทรดเดอร์ใช้ในการเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา ทั้งสามประเภทนี้มีความแตกต่างกันในด้านโครงสร้างสัญญา ต้นทุนในการถือสถานะค้างไว้ และกลไกการซื้อขายในทางปฏิบัติ

  • สัญญาฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิมจะมีวันหมดอายุที่กำหนดไว้ชัดเจน (เช่น รายไตรมาส) และจะชำระราคาด้วยการส่งมอบสินทรัพย์จริงหรือชำระเป็นเงินสดเมื่อถึงวันครบกำหนด เงื่อนไขที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นขนาดสัญญาที่แน่นอนและวันหมดอายุที่ชัดเจน ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เทรดเดอร์สถาบันสามารถจับคู่กับความเสี่ยงในโลกความเป็นจริงได้ง่าย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง)
  • ฟิวเจอร์ส CFD จะไม่มีวันหมดอายุที่ตายตัวและสามารถถือครองได้โดยไม่มีกำหนด เมื่อเทียบกับตราสารทั้งสามประเภท ฟิวเจอร์ส CFD มักให้เลเวอเรจสูงที่สุด แต่ก็จะมีค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าสเปรด ค่าธรรมเนียมการถือครองข้ามคืน และค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน
  • Perpetual Swaps มีจุดเด่นตรงที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้สามารถถือสถานะได้โดยไม่มีกำหนด อย่างไรก็ตาม ตราสารประเภทนี้ยังคงมีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย รวมถึงการชำระหรือรับเงินเป็นระยะผ่านค่าถือครอง (Funding Rate) ซึ่งโดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทุก ๆ 8 ชั่วโมง กลไกค่าถือครองนี้ช่วยให้ราคาของสัญญาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาสปอตของสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใกล้ชิด

คุณลักษณะ

Futures

Futures CFDs

Crypto Perp Swaps

วันหมดอายุ

มีกำหนดแน่นอน ไม่มี ไม่มี

เลเวอเรจ

สูงสุด 100:1 สูงสุด 1000:1 สูงสุด 125:1

การชำระราคา

ส่งมอบสินทรัพย์จริงหรือชำระเป็นเงินสดเมื่อครบกำหนดสัญญา

ชำระเป็นเงินสด และมีการต่ออายุสถานะ (Rolling)

ชำระเป็นเงินสดผ่านค่าถือครอง สามารถถือครองได้ไม่มีกำหนด

ค่าธรรมเนียม

ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมของตลาดซื้อขาย

ค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมการถือครองข้ามคืน

ค่าถือครองและค่าธรรมเนียมการซื้อขาย

การใช้ค่าถือครอง

ไม่ใช้ ไม่ใช้ มี

ความเสี่ยง

การเรียกมาร์จิ้นเพิ่มและความเสี่ยงจากวันหมดอายุ

ความเสี่ยงจากการโดนปิดสถานะ และสเปรด/การส่งคำสั่งซื้อขาย

ความเสี่ยงจากการโดนปิดสถานะและความผันผวนที่สูง

Perpetual Trading ในตลาดคริปโตคืออะไร?

Perpetual Trading คือการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีกำหนดวันหมดอายุในตลาดอนุพันธ์ โดยส่วนใหญ่นิยมใช้ในตลาดสกุลเงินดิจิทัล เพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการใช้เลเวอเรจในระดับสูง

เริ่มเทรดคริปโตฟิวเจอร์สกับ Axi

การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุนจากเงินลงทุน
* บริษัทในเครือ Axi Group

Perpetual Swaps ทำงานอย่างไร?

การซื้อขาย Perpetual Swaps ทำงานบนกลไกสำคัญอย่างมาร์จิ้นและเลเวอเรจ การโดนปิดสถานะ (Liquidation) และค่าถือครอง (Funding Rate)

พื้นฐานของเลเวอเรจ มาร์จิ้น และการโดนปิดสถานะ

  • เลเวอเรจในการซื้อขายคือการใช้เงินที่กู้ยืมมาเพื่อควบคุมสถานะที่มีขนาดใหญ่กว่าเงินทุนเริ่มต้นที่คุณมี โดยสามารถเปรียบเทียบได้กับการใช้เงินของคุณเป็นหลักประกันเพื่อนำไปกู้ยืมเงินจำนวนมากขึ้น Axi ให้บริการเลเวอเรจสูงสุดถึง 125:1 สำหรับ Perpetual Futures ซึ่งหมายความว่า การเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างผลกำไรที่มีนัยสำคัญได้ แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นการขยายผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการโดนปิดสถานะอย่างมีนัยสำคัญ
  • มาร์จิ้น (Margin) คือสินทรัพย์ค้ำประกันที่เทรดเดอร์ต้องฝากไว้กับโบรกเกอร์เพื่อใช้ในการเปิดสถานะที่ใช้เลเวอเรจ (มาร์จิ้นขั้นต้น) และรักษาสถานะดังกล่าว (มาร์จิ้นรักษาสภาพ) เพื่อให้มั่นใจว่าเทรดเดอร์มีความสามารถเพียงพอในการรองรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น
  • การโดนปิดสถานะ (Liquidation) คือการถูกบังคับปิดสถานะที่ใช้เลเวอเรจเมื่อมูลค่าของสถานะลดลงอย่างมากจนทำให้อัตราส่วนมาร์จิ้นต่ำกว่าระดับรักษาสภาพ และกระตุ้นให้เกิดการเรียกมาร์จิ้นเพิ่ม (Margin Call) สัญญา Perpetual Futures จะใช้ Mark Price (โดยทั่วไปคือราคาดัชนี) เพื่อคำนวณกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (Unrealised P&L) และใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรปิดสถานะโดยอัตโนมัติหรือไม่ ปัจจัยหลายอย่างสามารถนำไปสู่การโดนปิดสถานะ เช่น การใช้เลเวอเรจสูง การเหวี่ยงของราคาที่รวดเร็วและรุนแรง รวมถึงการขาดกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่ดี

ค่าถือครอง (Funding Rate) คืออะไร?

ค่าถือครอง (Funding Rate) คือกลไกการชำระเงินแบบเป็นระยะที่ใช้ในสัญญา Perpetual Futures ซึ่งออกแบบมาเพื่อรักษาให้ราคาของสัญญาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาตลาดสปอตอยู่เสมอ เนื่องจากสัญญา Perpetual ไม่มีวันหมดอายุ กลไกนี้จึงมีความสำคัญในการป้องกันไม่ให้ราคาสัญญาเบี่ยงเบนออกจากราคาดัชนีของสินทรัพย์อ้างอิงมากจนเกินไป ระบบดังกล่าวเป็นลักษณะ Peer-to-Peer โดยฝั่ง Long หรือ Short จะเป็นผู้จ่ายเงินให้ฝ่ายตรงข้าม ขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดในขณะนั้น

เมื่อค่าถือครองเป็นบวก หมายความว่าเทรดเดอร์ที่ถือสถานะ Long จะต้องจ่ายเงินให้กับฝั่ง Short ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีแรงซื้อหนาแน่นจนผลักดันให้ราคาฟิวเจอร์สสูงกว่าราคาสปอต ในทางกลับกัน เมื่อค่าถือครองเป็นลบ หมายความว่าฝั่ง Short จะต้องจ่ายเงินให้กับฝั่ง Long ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีแรงขายกดดันให้ราคาฟิวเจอร์สต่ำกว่าราคาสปอต

โดยทั่วไป ระบบจะมีการคิดค่าถือครองทุก ๆ 8 ชั่วโมง และการคำนวณจะคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และส่วนต่างของราคาตลาดระหว่างสัญญา Perpetual กับสินทรัพย์อ้างอิง

ตัวอย่างเช่น ลองพิจารณากรณีที่ ราคาสปอตของ Bitcoin อยู่ที่ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ราคาของ Perpetual Futures เพิ่มขึ้นเป็น 82,000 ดอลลาร์ เนื่องจากมีเทรดเดอร์จำนวนมากเปิดสถานะ Long ในสถานการณ์เช่นนี้ ระบบจะใช้ค่าถือครองที่เป็นบวก ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจทางการเงินให้ผู้ถือสถานะ Long ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ขณะที่ผู้ถือสถานะ Short จะได้รับค่าธรรมเนียมนั้น การจัดโครงสร้างเช่นนี้ทำให้เทรดเดอร์ฝั่ง Long มีแนวโน้มที่จะปิดสถานะเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนเพิ่มเติม ในขณะที่ฝั่ง Short จะมีแรงจูงใจให้เปิดหรือรักษาสถานะต่อไปเพื่อรับค่าธรรมเนียม การปรับสมดุลของพฤติกรรมการซื้อขายนี้ช่วยให้ราคาของ Perpetual Futures ค่อย ๆ ปรับตัวลงจนกลับมาใกล้เคียงกับราคาสปอต

นอกเหนือจากการช่วยปรับราคาสัญญาให้สอดคล้องกับราคาสปอตแล้ว ค่าถือครองยังมีผลเชิงปฏิบัติต่อเทรดเดอร์อย่างชัดเจน เพราะเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการซื้อขาย และอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะสำหรับสถานะที่ถือครองเป็นระยะเวลานาน ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ค่าถือครองที่สูงผิดปกติอาจกัดกินกำไรหรือเพิ่มความรุนแรงของผลขาดทุน นอกจากนี้ ค่าถือครองยังสามารถถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในกลยุทธ์การซื้อขาย โดยเทรดเดอร์บางรายอาจเลือกถือสถานะที่มีสิทธิ์ได้รับเงินค่าถือครองในช่วงที่ตลาดมีความเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

ค่าธรรมเนียม Maker และ Taker ในการซื้อขาย Perpetual Futures คืออะไร?

แพลตฟอร์มที่เปิดให้เทรด Perpetual Futures มักใช้โครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบ Maker–Taker สำหรับการคิดค่าธรรมเนียมการซื้อขาย เมื่อคุณส่งคำสั่งซื้อขาย ระบบจะจัดประเภทคุณเป็น Maker หรือ Taker ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ

ค่าธรรมเนียม Maker จะถูกเรียกเก็บกับคำสั่งประเภท Limit Order ที่ไม่ได้ถูกจับคู่และดำเนินการทันที ค่าธรรมเนียมประเภทนี้มักมีอัตราที่ต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการให้รางวัลแก่เทรดเดอร์ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Book) จึงเหมาะสำหรับ Swing Trader หรือผู้ที่สามารถรอจังหวะในการเข้าออกตลาดได้อย่างอดทน

ในทางกลับกัน ค่าธรรมเนียม Taker จะถูกเรียกเก็บกับคำสั่งที่ถูกดำเนินการทันที เช่น คำสั่งแบบ Market Order ค่าธรรมเนียมประเภทนี้มักสูงกว่า เนื่องจากเทรดเดอร์กำลัง “ดึงสภาพคล่องออก” จากสมุดคำสั่งซื้อขาย เป็นการแลกเปลี่ยนกับการได้คำสั่งซื้อขายที่จับคู่และดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

กลยุทธ์ยอดนิยมสำหรับการเทรด Perps

คุณลักษณะสำคัญของสัญญา Perpetual Futures เช่น การใช้เลเวอเรจและการไม่มีวันหมดอายุ ทำให้สัญญาประเภทนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับกลยุทธ์การซื้อขายหลากหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม มีกลยุทธ์บางประเภทที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากโครงสร้างของ Perps โดยเฉพาะ และแสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบของตราสารชนิดนี้ได้อย่างชัดเจน

การใช้ Perpetual Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยงในสถานะสปอต

หากต้องการป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจปรับตัวลดลง เทรดเดอร์สามารถใช้ Perpetual Futures เพื่อทำ Hedging แทนการขายสินทรัพย์คริปโตในตลาดสปอต

การขายสินทรัพย์สปอตเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนในระยะสั้นย่อมมีความเสี่ยง หากราคากลับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์อาจเสียโอกาสทำกำไร นอกจากนี้ การขายสินทรัพย์ยังอาจเป็นเหตุให้เกิดภาระภาษี หรือทำให้สูญเสียผลประโยชน์จากการถือครองสินทรัพย์ เช่น รางวัลจากการ Staking

เพื่อรับมือกับความผันผวนชั่วคราวของราคาโดยไม่ต้องขายการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลระยะยาว เทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน การใช้ Perpetual Futures เพื่อทำ Hedging ช่วยให้สามารถลดหรือทำให้ความเสี่ยงจากการปรับตัวลงของราคาเป็นกลางได้ ในขณะที่ยังคงถือครองสถานะสปอตอ้างอิงต่อไป

ในบริบทนี้ การทำ Hedging หมายถึงการเปิดสถานะในตลาด Perpetual Futures ที่มีทิศทางตรงกันข้ามกับสถานะสปอตเดิม เช่น สมมติว่าคุณถือครอง BTC จำนวน 1 เหรียญในวอลเล็ตสปอต ซึ่งถือเป็นสถานะ Long หากคุณคาดว่าราคาอาจมีความผันผวนในระยะสั้นและกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลดลง แต่ไม่ต้องการขาย BTC คุณสามารถเปิดสถานะ Short ในสัญญา BTC Perpetual Futures ขนาด 1 BTC เพื่อชดเชยความเสี่ยงได้

หากราคาของ BTC ปรับตัวลดลงในภายหลัง มูลค่าที่ลดลงในสถานะสปอตของคุณจะถูกชดเชยด้วยกำไรจากสถานะ Short ใน Perpetual Futures กลยุทธ์นี้จึงช่วยให้คุณ “ล็อก” มูลค่าการถือครอง BTC ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้ชั่วคราว เสมือนทำประกันความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง และทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องขาย BTC จริงของคุณ จึงช่วยหลีกเลี่ยงภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงไม่ทำให้คุณสูญเสียสิทธิประโยชน์จากการถือครอง เช่น ผลตอบแทนจากการ Staking

การเก็งกำไรจากค่าถือครอง (Funding Arbitrage)

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เทรดเดอร์จำนวนมากนิยมใช้คือ Cash-and-Carry Arbitrage ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของค่าถือครองระหว่างสัญญา Perpetual Futures กับตลาดสปอต แนวคิดหลักของกลยุทธ์นี้คือ การทำกำไรจากค่าถือครอง ในขณะที่ลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคาให้น้อยที่สุด

ตัวอย่างเช่น หากค่าถือครองเป็นบวก (หมายความว่าฝั่ง Long ต้องจ่ายเงินให้ฝั่ง Short) เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะ Short ใน Perpetual Futures พร้อมกับซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในตลาดสปอตในปริมาณเท่ากัน เพื่อรับเงินจากค่าถือครอง

ในทางกลับกัน หากค่าถือครองเปลี่ยนเป็นลบ (หมายความว่าฝั่ง Short ต้องจ่ายเงินให้ฝั่ง Long) เทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์ในทิศทางตรงกันข้าม โดยเปิดสถานะ Long ใน Perpetual Futures และขายสินทรัพย์สปอตในปริมาณเท่ากันเพื่อทำ Hedging ตัวอย่างเช่น หากค่าถือครองของสัญญา ETH Perpetual อยู่ที่ +0.03% ทุก ๆ 8 ชั่วโมง (หรือคิดเป็นประมาณ 0.09% ต่อวัน) การเปิดสถานะ Short ใน Perpetual และถือครอง ETH ในตลาดสปอตในปริมาณเท่ากัน อาจสร้างผลตอบแทนประมาณ 0.09% ต่อวันของมูลค่าตามสัญญา ซึ่งถือเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ

ข้อดีและข้อเสียของสัญญา Perpetual Swap

ข้อดี

สัญญา Perpetual Swap มีจุดเด่นหลายประการ เช่น สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะตลาดคริปโตเปิดทำการตลอด 24/7 และการใช้เลเวอเรจทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนและสร้างโอกาสในการซื้อขายได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง ผ่านการเปิดสถานะ Long หรือ Short ตามมุมมองของตลาด

นอกจากนี้ ค่าถือครองที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลายังเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ขณะที่สภาพคล่องที่ลึกช่วยลดปัญหา Slippage และทำให้สเปรดแคบลงในระหว่างการซื้อขาย การซื้อขาย Perpetual Futures ยังได้รับประโยชน์จากโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส และระบบการส่งคำสั่งที่ชัดเจน โดยมักแสดงผ่านสมุดคำสั่งซื้อขายที่ตรวจสอบได้

ข้อเสีย

อย่างไรก็ดี ตราสารประเภท Perpetual ก็มีความเสี่ยงหลายประการเช่นกัน การใช้เลเวอเรจสูงผนวกกับความผันผวนของตลาดสามารถสร้างความเสี่ยงในการโดนปิดสถานะอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดผลขาดทุนที่สูงกว่าทุนเริ่มต้น นอกจากนี้ ความซับซ้อนของตราสารอาจทำให้เทรดเดอร์มือใหม่เรียนรู้และใช้งานได้ยาก และค่าถือครองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจค่อย ๆ ลดทอนกำไรของสถานะที่ถือครองในระยะยาว

วิธีซื้อขายสัญญา Perpetual กับ Axi

ด้านล่างนี้คือขั้นตอนโดยสรุปสำหรับการ ซื้อขาย Perpetual Futures บนแพลตฟอร์มการซื้อขายของ Axi:

  1. เติมเงินเข้าบัญชีของคุณผ่านวิธีการที่รองรับในภูมิภาคของคุณ เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร บัตรเครดิต/เดบิต อีวอลเล็ต หรือคริปโต
  2. เข้าสู่แดชบอร์ดคริปโต จากนั้นเลือก “Cryptos” หรือเรียกดูเมนู “Popular Markets”
  3. เลือกตราสารที่ต้องการ: เลือกดูสัญญาที่มีให้ซื้อขาย (เช่น BTC/USD Perp) และแตะเพื่อเปิดหน้าต่างส่งคำสั่งซื้อขาย
  4. ส่งคำสั่งซื้อขาย: ระบุจำนวนหน่วย เลือกเลเวอเรจ เลือกว่าจะ “Buy” หรือ “Sell” และกดยืนยันคำสั่งซื้อขาย
  5. ติดตามและบริหารจัดการสถานะของคุณ: คุณสามารถติดตามกำไร/ขาดทุน (P/L) แบบเรียลไทม์ได้จากแดชบอร์ด พร้อมทั้งตั้งค่าหรือแก้ไขคำสั่ง Take Profit, Stop Loss หรือปิดสถานะด้วยตนเองได้ตามต้องการ

สรุป

สัญญา Perpetual Futures มีความโดดเด่นในตลาดคริปโตอันเนื่องมาจากความยืดหยุ่นและศักยภาพในการใช้เลเวอเรจ สัญญาประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเทรดระยะสั้นภายในวัน (Intraday Trading) เนื่องจากช่วยให้เทรดเดอร์สามารถขยายกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยได้ โดยมีค่าถือครองค่อนข้างต่ำและไม่มีค่าธรรมเนียมการถือครองข้ามคืน (Overnight Swap) นอกจากนี้ Perps ยังช่วยลดความยุ่งยากในการต่ออายุสัญญา (Rollover) ที่พบในฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิม จึงเหมาะกับ Swing Trader ที่ต้องการถือครองสถานะเป็นระยะเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์

ในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง เช่น BTC/USDT และ ETH/USDT เทรดเดอร์สามารถคาดหวังถึงสเปรดที่แคบ การส่งคำสั่งที่รวดเร็ว และระดับ Slippage ที่ต่ำได้ สุดท้าย สัญญา Perpetual ยังช่วยให้การเปิดสถานะ Short ทำได้ง่ายขึ้น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารความเสี่ยงและการใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาด แม้ว่าการถือสถานะใน Perps จะต้องใช้มาร์จิ้นและมีการคิดค่าถือครองเป็นระยะ แต่โดยทั่วไปแล้ว กลไกเหล่านี้ยังถือว่าเข้าถึงได้ง่ายกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยการกู้ยืมสินทรัพย์มาขายชอร์ต

 

เริ่มเทรดคริปโตฟิวเจอร์สกับ Axi

การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุนจากเงินลงทุน
* บริษัทในเครือ Axi Group

FAQ


Perpetual Futures ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนให้เทรดเดอร์ได้อย่างไรเมื่อเทียบกับการซื้อขายแบบสปอต?

Perpetual Futures ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถใช้เลเวอเรจสูงได้ โดยเทรดเดอร์เพียงแค่ต้องวางหลักประกันแทนการชำระมูลค่าเต็มของสินทรัพย์ทั้งหมดเหมือนในการซื้อขายแบบสปอต จึงช่วยให้มีเงินทุนเหลือไปใช้ในกลยุทธ์หรือสถานะอื่น ๆ ได้มากขึ้น


ทำไมถึงควรเทรด Perp Swaps?

เทรดเดอร์เลือกซื้อขาย Perpetual Swaps เนื่องจากเลเวอเรจ, สภาพคล่องสูง, การซื้อขายได้ทุกวันตลอด 24 และความสามารถในการใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และการเก็งกำไรจากค่าถือครอง (Funding Arbitrage)

นอกจากนี้ เทรดเดอร์ยังสามารถทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ทั้งขาขึ้นและขาลง โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในตลาดคริปโตที่มีความผันผวนสูง


มีการชำระค่าถือครอง (Funding Payments) บ่อยแค่ไหน?

โดยปกติ ค่าถือครองจะมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้ถือสถานะ Long และ Short ทุก ๆ 8 ชั่วโมง คุณจะจ่ายหรือได้รับค่าถือครองก็ต่อเมื่อคุณถือสถานะค้างไว้ ณ เวลาที่มีการคำนวณ (Funding Timestamp) เท่านั้น


จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโดนปิดสถานะ (Liquidation)?

ระหว่างการโดนปิดสถานะ แพลตฟอร์มจะทำการปิดสถานะของคุณบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อป้องกันการขาดทุนเพิ่มเติม เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนปิดสถานะ คุณควรหมั่นตรวจสอบระดับหลักประกันของคุณ และพิจารณาใช้จุดตัดขาดทุน (Stop-Loss) หรือการลดเลเวอเรจ


คุณจะลดต้นทุนในการทำธุรกรรมเมื่อซื้อขาย Perpetual Futures ได้อย่างไร?

เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกรรม คุณควรพยายามทำตัวเสมือน Market Maker โดยใช้คำสั่งแบบ Limit Order ทุกครั้งที่เป็นไปได้ เนื่องจากการกระทำเช่นนี้มักจะมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า และคุณควรใช้คำสั่งแบบ Market Order เฉพาะในกรณีที่การจับคู่คำสั่งทันทีและความเร็วมีความสำคัญมากกว่าเรื่องต้นทุน


คุณสามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ผ่านค่าถือครอง (Funding Rates) ได้หรือไม่?

ได้ ค่าถือครองของ Perpetual Futures สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ได้ผ่าน ""Funding Rate Arbitrage""

ซึ่งผู้ถือสถานะ Short และ Long จะได้รับเงินค่าถือครองจากตรงข้ามตามสภาวะตลาด

เทรดเดอร์สามารถเลือกสัญญาที่มีอัตราค่าถือครองที่น่าจูงใจ และเปิดสถานะที่สอดคล้องกันเพื่อรับเงินส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง เนื่องจากค่าถือครองมีความผันผวนตามความเชื่อมั่นของตลาด และเทรดเดอร์ยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงด้านราคาของสถานะที่ถืออยู่


Axi Trading Platform มีข้อดีอะไรสำหรับเทรดเดอร์ที่ซื้อขาย Perpetual Futures?

Axi Trading Platform มีตลาด Perpetual Futures ที่มีสภาพคล่องสูง โดยเฉพาะในคู่เหรียญหลักอย่าง BTC/USDT และ ETH/USDT ซึ่งมอบประโยชน์อย่างมากให้กับเทรดเดอร์ที่ซื้อขายอย่างสม่ำเสมอ

สภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายที่สูงช่วยให้คำสั่งซื้อขายถูกดำเนินการได้ใกล้เคียงกับราคาที่ต้องการ มีค่าสเปรดต่ำซึ่งช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมและลดปัญหาราคาคลาดเคลื่อน (Slippage) ทำให้มั่นใจได้ว่าคำสั่งถูกจับคู่ได้ใกล้กับราคาที่ตั้งไว้มากที่สุด

ปัจจัยเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลยุทธ์การซื้อขายที่เน้นความเร็ว ความแม่นยำ และการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายให้ต่ำที่สุด



Alex Macris

Alex Macris

ด้วยประสบการณ์ที่ครอบคลุมด้านฟอเร็กซ์ หุ้น และสกุลเงินดิจิทัล อเล็กซ์ได้เขียนรายงานทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์ให้กับสิ่งพิมพ์และสำนักข่าวชั้นนำต่างๆ นอกเหนือจากตลาดการเงินแล้ว เขายังฝึกฝนทักษะของตนเองด้วยการค้นคว้าและแก้ไขข้อตกลงระหว่างประเทศและรายงานของรัฐ รวมถึงผลิตทรัพยากรมัลติมีเดียสำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ

นอกเหนือจากงานเขียนแล้ว อเล็กซ์สามารถพูดในภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษากรีกได้อย่างคล่องแคล่วและความหลงใหลในเสียง ผลงานของเขาแสดงให้เห็นถึงทักษะที่หลากหลายซึ่งครอบคลุมการผลิตพอดแคสต์ สื่อการศึกษา และโฆษณา เขาเป็นคนทำงานเป็นทีมและเรียนรู้ตลอดชีวิต เขาจึงมีมุมมองที่สมดุลทั้งในภาพรวมและรายละเอียดปลีกย่อย

ติดตามเขาได้ที่: LinkedIn


More on this topic

อ่านเพิ่มเติม

พร้อมที่จะเทรดในความได้เปรียบในแบบของคุณหรือยัง?

เริ่มการซื้อขายกับโบรกเกอร์ระดับโลกที่ได้รับรางวัล

ลองบัญชีทดลอง ฟรี เปิดบัญชีเทรดจริง